เอชไอวีในปัจจุบันนั้นต่างจากอดีต

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ hividag.se

การใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อเอชไอวีในประเทศสวีเดนในปัจจุบันนั้นแตกต่างจากในอดีตโดยสิ้นเชิง การรักษาเชื้อเอชไอวีในประเทศสวีเดนได้ผลดีจนระดับปริมาณไวรัสลดลงเกือบเป็นศูนย์ และทำให้การติดต่อของเชื้อนี้ลดน้อยลงมาก เอชไอวีในปัจจุบันไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงแก่ชีวิต แต่เป็นโรคเรื้อรังที่รักษาได้ ถ้าเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถมีชีวิตยืนยาวโดยเฉลี่ยเหมือนกับไม่มีเชื้อเอชไอวี

ในประเทศสวีเดนมีผู้ใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อเอชไอวีมากขึ้น ความไม่รู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตกับเชื้อเอชไอวีอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยกระดับความระดับความรู้เรื่องเอชไอวี เว็บไซต์นี้จะทำให้ท่านได้รู้เพิ่มเติมว่าการใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อเอชไอวีในปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไร เราเชื่อว่าเว็บไซต์นี้จะให้ความรู้ความเข้าใจแก่ท่านเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่กับเชื้อเอชไอวีในประเทศสวีเดนในปัจจุบัน

สำนักงานสาธารณสุขได้รับภารกิจให้ลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่ติดเชื้อเอชไอวี


ดูวีดิทัศน์

โรคเอชไอวี

โรคติดเชื้อเอชไอวีหรือมักเรียกกันว่า โรคเอชไอวี เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง เอชไอวีเป็นชื่อย่อมาจาก Human Immunodeficiency Virus เอชไอวีจะแพร่เชื้อหากมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทวารหนักโดยไม่ป้องกัน เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถแพร่เชื้อได้แม้มีเพศสัมพันธ์ทางปากโดยไม่ป้องกัน โดยเฉพาะหากหลั่งอสุจิในปากและเยื่อเมือกในช่องปากนั้นมีแผล นอกจากนี้เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อได้ทางเลือดหากคุณใช้ยาเสพติด หรือใช้หลอดและเข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่นซึ่งเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสชนิดนี้

อาการโรคเอชไอวี

หากคุณติดเชื้อเอชไอวีในช่วงแรกคุณจะยังไม่รู้สึกถึงอาการใด ๆ บางคนอาจมีอาการเจ็บคอ เป็นไข้ และต่อมน้ำเหลืองโต หรือเป็นผื่นคันตามร่างกาย อาการจะปรากฎประมาณหนึ่งถึงสี่สัปดาห์หลังจากติดเชื้อ ซึ่งเรียกว่าอาการติดเชื้อระยะแรก ซึ่งอาจมีอาการคล้าย ๆ ไข้หวัด และมักจะหายหลังจากหนึ่งสัปดาห์ แต่เชื้อจะยังคงค่อย ๆ ทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกายให้อ่อนแอไปเรื่อย ๆ เชื้อจะแพร่กระจายมากขึ้นในช่วงสองสามเดือนแรกหลังจากติดเชื้อ จึงทำให้ปริมาณเชื้อไวรัสเพิ่มสูงขึ้น ก่อนที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะตอบโต้ได้ทัน ไม่ว่าคุณจะมีอาการหรือไม่มีก็ตาม

การรักษา

วัคซีนป้องกันโรคนี้นั้นยังไม่มี และยังไม่มียาที่รักษาโรคเอชไอวีได้ อย่างไรก็ดีปัจจุบันมียาที่มีประสิทธิผล ซึ่งสามารถยับยั้งการเกิดโรคได้ และทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายไม่ถูกทำลาย หากรับยารักษาได้ทันเวลา โดยจะช่วยป้องกันไม่ให้กลายเป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่รุนแรง (หรือเอดส์ ซึ่งมาจาก Acquired Immune Deficiency Syndrome ในภาษาอังกฤษ) นอกจากนี้การรักษาด้วยยาที่ออกฤทธิ์ได้ดี ยังทำให้เชื้อแพร่กระจายในระดับต่ำมาก เนื่องจากปริมาณเชื้อไวรัสในเลือด และของเหลวในร่างกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะได้ผลในกรณีที่คุณไม่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นร่วมด้วย ดังนั้นควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและป้องกันกามโรคชนิดอื่น เนื่องจากโรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ จึงจำเป็นต้องมีการรักษาตลอดชีวิต

สตรีมีครรภ์จะได้รับการตรวจหาโรคเอชไอวีทุกคน เพื่อให้ทำการรักษาได้ในระหว่างตั้งครรภ์ และดำเนินมาตรการป้องกันในระหว่างคลอดเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อเอชไอวีไปยังทารกหากแม่ติดเชื้อเอชไอวี ในประเทศสวีเดนปัจจุบันนี้จึงแทบจะไม่ค่อยพบการแพร่เชื้อไวรัสจากแม่ที่เป็นโรคเอชไอวีสู่ทารกในระหว่างตั้งครรภ์หรือระหว่างคลอด

ตรวจหาโรคเอชไอวี

การตรวจหาเชื้อเอชไอวีเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ทราบว่าท่านติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ ยิ่งตรวจพบการติดเชื้อเอชไอวีตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะเริ่มต้นการรักษาได้เร็วขึ้นและช่วยลดความเสียหายให้กับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ผู้ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนขอลี้ภัยจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ หากท่านเข้ารับการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี ค้นหาคลินิกใกล้บ้านท่านได้ที่ 1177.se.